วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผมชื่อ ด.ช.อัษฎาวุธ ท้าวทอง  ชื่อเล่นชื่อ ฟิืล์ม อายุ 14 ปี เกิดวันที่ี่ 9 กันยายน พ.ศ.2541
เรียนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) จ.ลำปาง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 /1 คุณครูประจำชั้น
 คุณครู อุทัย โสรสิงห์ ผมชอบเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ผมไม่ชอบเรียนประวัติศาสตร์ ที่อยู่ 581/1 ม.2
ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง 52000 สีที่ชอบ สี คำ-แดง-นำ้เงิน
อาหารจานโปรด ข้าวมันไก่ ผลไม้ที่ชอบ สตอเบอรี่ งานอดิเรก เล่นเกมส์ กีฬาที่ชอบ เทวันโด
นักร้องที่ชอบ ตูน บอดี่แสลม น้ำหนัก 47 kg. ส่วนสูง166 cm. นิสัยส่วนตัว เรียบง่าย


อาเซียน
          สมามาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อัังกฤษ:Association of South East Nations)หรือ
อาเซียนเป็นองค์กรทางภูมิศาสตร์และองค์การความร่วมมือทางเศรษฐในภูมิภาคเอเชียเฉียงใต้มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปินส์ อินโดเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา
เวียดนาม และพม่า อาเซียนมีพื้นที่ราว  4,435,570 ตารางกิโลเมตร มีประชากรราว590ล้านคน ในปี
พ.ศ.2553 จีดีพีของประเทศสมาชิกรวมกัันคิดเป็นมูลค่าราว1.8 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ คิดเป็นลำดับที่ 9
ของโลกเรียกตามจีดีพีมีภาษาอังกฤษเเป็นภาษาทางการ
          อาเซียนจุดเริ่มต้นจากสมาคมอาสาซึ่งก่อตั่งขึ้นเมื่อเ้ดือนกรกฎาคม พ.ศ2504โดยไทยมาเลเซียอละฟิลิปินส์แต่ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อไทยเสียดินแดนปราสาทพระวิหารให้กัมพูชาในปีพ.ศ.2505ต่อมาในปีพ.ศ.2510ได้มีการลงนามในปฎิญญากรุงเทพ อาเชียนได้ถือกำเนิดขึ้นโดยมีรัฐสมาชิกเริ่มต้น5ประเทศโดยมีวัตุประสงค์เพื่อความร่วมมือและการเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจการพัฒนาสังคมวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิกและการธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคและเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอย่างสันติ หลังจากพ.ศ.2527 เป็นต้นมาอาเซียนมีรัฐสมาชิกเพิ่มขึ้นจนมี10ประเทศในปัจจุบันกฎบัตรอาเซียนได้้มีการลงนามเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2551ซึ่งทำำให้อาเซียนมี
สถานะคล้ายกับสหภาำพยุโรปมากยิ่งขึ้น เขตการค้าเสรีอาเซียนได้เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ2553
และกำลังก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนซึ่งจะประกอบด้วยสามด้านคือประชาคมอาเซียนด้านการเมืองและความมั่นคงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในปี พ.ศ.2558


ณ ห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) วันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2555
ป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนประเทศฟิลิปส์


ณ ห้องพิพิธภัณที่ลำปาง วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2555 ผมได้ถ่ายรูปกันประตูจำลอง แสดงเรื่องราวของนครลำปางในสมัยรัชกาลที่ 5-รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ว่าเป็นชุมชนที่พัฒนา และเติบโตจากการมีคนหลากหลายชาติพันธุ์เข้ามาพบบปะสังสรรค์ทั้งจากกิจจการสัมปทานป่าไม้ และจากกิจการค้าขายในย่านตลาดคนเหล่านี้เข้ามาใช้ชีวิตตั้งฐานบ้านเรือน สร้างศาสนสถาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมือง รวมทั้งปลูกถ่ายศิลปวัฒธรรมของตน ทิศทางของเมืองในยุคนี้จึงเป็นไปตามที่คนนานาชาติกำหนดนอกจากนี้ ยังแสดงเหตุการณ์กบฏเงี้ยว รสมทั้งปัญหาสิทธิภาพนอกอาณณาเขต

ฮอมแฮงแป๋งเวียง
  แสดงเรื่องราวของนครลำปางยุคปัจจุบันอันเป็นยุคสมัยที่คนลำปางรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาให้ความสนใจและมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของเมืองโดยการร่วมใจแสดงออกสร้างกิจกรรมสาธารณะที่หลากหลาย
รวมทั้งนำเสนอความคิดเห็นต่างๆอันเป็นหนทางไปสู่การพัฒนาเมืองด้วยความตระหรักว่า" เมืองของเราก็คืออนาคตของเรา "
 การกลับมาของคำสาป
เมื่อเข้าสู่ทศววรรษ 2500 สภาพเมืองลำปางที่เคยเป็นย่านการค้าคึกคัก เป็นศูนย์รวมสิ่งทันสมัยกลับเงียบงันแม้จะศูนย์ราชการและหน่วยงานระดับประเทศเข้ามาตั้งสำนักงานสาขา สร้างความหนังให้ชาวลำปางว่าจะเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจและการศึกษาในภาคเหมือตอนบนแต่หลังจากนั้นไม่กี่ปีเมื่อทางหลวงหมายเลข 11 สร้างเสร็จ หหน่วยงานต่างๆ หน่วยงานต่างๆก็พากันทยอยย้ายที่ตั้งไปยังเชียยงใหหม่ ภาวะเช่นนี้ทำให้เกิดเรื่องรำลือว่า " หรือนี้จะเป็นไปตามคำสาปของเจ้าแม่สุชาดา "